เททองเบิกกฤกษ์ สุดยิ่งใหญ่อลังการ วันเสาร์ ๕ อภิมงคล วันแรง วันแข็ง วันขลังที่สุดในรอบ ๒๕๕๕ ปี อีกพันปีไม่มีแล้ว รายได้ซื้อเครื่องเอ็กซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ (MAMMOGRAPHY) เพื่อตรวจคัดกรองสตรีไทยที่มีปัจจัยเสี่ยงและด้อยโอกาสในชนบท น้อมเกล้าฯถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมมายุ ครบ ๖๐ พรรษา

 
   ปัจจุบันมะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในสตรีไทย ในปี ๒๕๕๓ พบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ ๑๓,๑๘๔ รายต่อปี และเสียชีวิตประมาณ ๔,๖๖๕ รายต่อปี หรือทุก ๒ ชั่วโมง จะพบว่าสตรีไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็ง เต้านม ๑ คน และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมาพบแพทย์ในระยะหลังๆ ซึ่งจะมีการลุกลามและแพร่กระจายไปแล้วประมาณ ร้อยละ ๕๖
   
   ปัจจุบันยังไม่ทราบถึงสาเหตุของมะเร็งเต้านมที่แน่ชัดแต่พบว่ามีปัจจัยเสี่ยง คือ กลุ่มคนที่มีประจำเดือนมาเมื่ออายุยังน้อยหรือหมดประจำเดือน (Menopause) เมื่ออายุมาก ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารไขมันสูง
 
สตรีที่มีญาติพี่น้องสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม (เช่น แม่ ป้า น้า เป็นต้น) และมักพบในสตรีอายุ ๔๐ ปีขึ้นไป แต่ในสตรีอายุ ๒๐ – ๓๐ ปี ก็พบได้บ่อยเช่นกัน ผู้ป่วยมักมาด้วยอาการมีก้อน และแผลที่เต้านม หรือมีเลือดหรือน้ำเหลืองไหลจากหัวนม
 
   การป้องกันมะเร็งเต้านมคือออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น ลดอาหารไขมัน และการคัดกรองที่ดีที่สุด คือการตรวจพบให้เร็วที่สุด ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ซึ่งทำได้ ๒ วิธี คือ ๑) การตรวจเต้านมด้วยตนเอง ซึ่งสามารถคลำพบก้อนที่โตประมาณ ๑ ซม.ขึ้นไปได้ หากตรวจพบขนาด ๒ - ๕ ซม. อัตราการรอดชีวิตมีถึงร้อยละ ๙๐ – ๗๕ หากคลำพบก้อนขนาด ๕ ซม.ขึ้นไป อัตราการอยู่รอดมีเพียงร้อยละ ๓๐ - ๑๕ เท่านั้น ๒) การตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์เต้านม (Mammography) จะสามารถพบก้อนได้ตั้งแต่ขนาด ๒ - ๓ มม.ขึ้นไป หากพบในระยะนี้การรักษาจะหายเกือบทั้งหมดเพราะมะเร็งมีขนาดเล็กมากยังไม่แพร่กระจายไปที่อื่น แต่การเอ็กซเรย์เต้านมนั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายครั้งละมากกว่า ๒,๐๐๐ บาทขึ้นไป ซึ่งไม่อยู่ในสิทธิประโยชน์ตามหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
 
   มูลนิธิกาญจนบารมี ซึ่งได้รับพระราชานุญาตจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในฐานะทรงเป็นองค์ประธาน "โครงการกาญจนบารมีเฉลิมฉลองพระราชพิธีกาญจนาภิเษก ปีพุทธศักราช ๒๕๓๙” ให้จัดตั้งขึ้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเถลิงถวัลย์ราชสมบัติปีที่ ๕๐ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการป้องกันมะเร็ง รวมทั้งช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งที่ยากไร้ให้ได้รับการดูแล และในมหามงคลสมัยที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร จะเจริญพระชนมายุครบ ๕ รอบในปี พุทธศักราช ๒๕๕๕ มูลนิธิกาญจนบารมีและกระทรวงสาธารณสุขรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น จึงได้จัดทำ"โครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอ็กซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ (Mammography) ในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในวโรกาสที่เจริญพระชนมายุครบ ๕ รอบ” เพื่อรณรงค์ให้สตรีที่อยู่ห่างไกล และมีปัจจัยเสี่ยง ต่อการป่วยด้วยมะเร็งเต้านมให้ได้รับการตรวจ ค้นหามะเร็งเต้านมระยะเริ่มแรก ด้วยการตรวจเอ็กซเรย์เต้านม (Mammography) ทั้งนี้ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดทั้งสิ้น โดยการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกรณรงค์ให้สุขศึกษาประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับการป้องกันมะเร็งเต้านม การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยการรับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น ลดอาหารไขมัน ตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง และเอ็กซเรย์เต้านมสำหรับผู้หญิงที่มีปัจจัยเสี่ยง หากพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมจะได้ส่งต่อเข้ารับการรักษาตามระบบหลักประกันสุขภาพ
 
วัตถุประสงค์
๑.เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในวโรกาสที่เจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบในปี พุทธศักราช ๒๕๕๕
๒. เพื่อรณรงค์ให้สุขศึกษา ประชาสัมพันธ์แก่ประชาชน อาสาสมัครสาธารณสุข สตรีไทย มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการป้องกันมะเร็งเต้านม
๓. เพื่อให้สตรีไทยที่มีอายุ ๑๕ ปีขึ้นไปมีความรู้ความเข้าใจวิธีการตรวจเต้านมด้วยตนเองจนสามารถตรวจเต้านมด้วยตนเองได้
๔. เพื่อให้บริการตรวจเต้านมให้สตรีโดยแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
๕. เพื่อเอกซเรย์เต้านมในสตรีที่มีอายุ ๔๐ ปีขึ้นไป และมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม
กลุ่มเป้าหมาย
๑. ประชาชนทั่วไปและอาสาสมัครสาธารณสุข มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องมะเร็งเต้านม
๒. สตรีที่มีอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป รู้จัก/สามารถตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างถูกต้อง
๓.สตรีที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านม ได้แก่ สตรีที่ญาติสายตรงเคยป่วยด้วยมะเร็งเต้านม คลำพบก้อนที่เต้านม มีเลือดหรือน้ำเหลืองออกทางหัวนม เป้าหมายปีละ ๕๐,๐๐๐ ราย

ติดต่อบูชาได้ที่ โทรศัพท์ ๐ ๒๕๙๐ ๔๕๕๕ , ๐๘ ๘๕๐๕ ๕๗๗๓ , ๐๘ ๘๕๐๐ ๖๘๕๔ โทรสาร ๐ ๒๕๙๑ ๘๑๔๒ , ๐ ๒๕๙๐ ๔๑๙๕  หรือที่ ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ